HEF

HEF เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงสภาพผิววัสดุ และเป็นผู้นำระดับโลกในสาขาวิศวกรรมวัสดุพื้นผิว โดยให้บริการแบบครบวงจรแก่ลูกค้าทั้งองค์กรขนาดใหญ่ และ SME บริการของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัย การดำเนินกระบวนการผลิต ไปจนถึงการจัดหาชิ้นส่วน รวมถึงการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การปรับปรุงสภาพผิวโลหะ และงานเคลือบผิวในภาคอุตสาหกรรม

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ HEF

เกี่ยวกับเรา

ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1953
เชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมวัสดุพื้นผิว
3200
พนักงาน
327 ล้านยูโร
ยอดขายปี 2024
200
สิทธิบัตรที่จดทะเบียน
90
โรงงาน
21
ประเทศ

เกี่ยวกับ HEF

HEF เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมวัสดุพื้นผิวที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยมีความเชี่ยวชาญหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ไตรโบโลยี โฟโตนิกส์ และเทคโนโลยีไฮโดรเจน

 

HEF พัฒนาวัสดุและกระบวนการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายของสังคม โดยดำเนินงานเคียงข้างลูกค้าในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมการยานยนต์ การก่อสร้าง พลังงานที่ลดการปล่อยคาร์บอน การป้องกันประเทศ อวกาศ และการแพทย์

 

HEF มีฐานการดำเนินงานหลักในเมืองแซงต์-เอเตียน (Saint-Etienne) ซึ่งเป็นภูมิภาคแห่งนวัตกรรมอุตสาหกรรม. HEF ดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบการขยายธุรกิจในแนวดิ่ง โดยเริ่มตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนาที่ใช้ทักษะสูง (คิดเป็นประมาณ 8 ถึง 10% ของยอดขาย) ไปจนถึงการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมในระดับสากล: 80% ของธุรกิจของบริษัทเป็นการดำเนินงานในต่างประเทศ

 

HEF เป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมทางสังคม โดยมีพนักงานถือครองหุ้นของบริษัท 2 ใน 3 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด. โครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัท และสนับสนุนกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาวควบคู่กับการเติบโตอย่างมีเหตุผล

 

ความมุ่งมั่นของเราในการปกป้องสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในกระบวนการดำเนินงาน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มุ่งทดแทนเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดมลพิษ

 

พันธกิจของ HEF คือ “การเป็นพลังแห่งความก้าวหน้า โดยเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม”

 

HEF เป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในด้านการปรับสภาพผิววัสดุและการผลิตชิ้นส่วน HEF ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการขยายธุรกิจในแนวดิ่ง เป็นผู้นำด้านไตรโบโลยี เป็นผู้แข่งขันสำคัญในสาขาโฟโตนิกส์ และเป็นผู้ประกอบการที่กำลังขยายบทบาทอย่างรวดเร็วในเทคโนโลยีไฮโดรเจน

HEF – ใกล้ชิดกับลูกค้าทั่วโลก

วัสดุและกระบวนการใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นในเมืองแซงต์-เอเตียน (Saint-Etienne) ได้รับการขยายผลไปสู่การผลิตในอุตสาหกรรมระดับสากลอย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายบริษัทย่อยในต่างประเทศของ HEF

 

ทีมงานของเรามุ่งมั่นที่จะสร้างการตอบสนองในระดับท้องถิ่นที่รวดเร็ว ประสิทธิภาพ และการบริการ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้าถึงลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของ HEF เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

 

ข้อมูลตัวเลขส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงความเป็นบริษัทระดับนานาชาติของเรา: รายได้ 80% มาจากลูกค้าในต่างประเทศ โดยเรามีฐานการผลิตระดับอุตสาหกรรมถึง 90 แห่ง ใน 21 ประเทศ รวมถึงในประเทศไทย

HEF – ผู้นำด้านนวัตกรรม
ทางสังคมตลอด 50 ปี

ในปี 1973 HEF ได้เปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบโครงสร้างองค์กรที่ให้พนักงานเป็นเจ้าของ โดยมีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 66% ของเงินทุนทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า พนักงานทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่ออนาคตของตนเอง ทั้งยังมีอิสระและมีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ โครงสร้างดังกล่าวยังส่งผลให้องค์กรมีอิสระในการดำเนินงานอย่างมากอีกด้วย

การที่พนักงานร่วมถือหุ้นเป็นสิ่งยืนยันถึงความยั่งยืนของบริษัทในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความภักดีและความมุ่งมั่นทุ่มเทของพนักงาน HEF ทุกคน

ท้ายที่สุดแล้ว การที่พนักงานเป็นเจ้าของร่วมกันได้สร้างความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เราสามารถลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

HEF – พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม

การปรับสภาพผิววัสดุของ HEF ตลอดจนกระบวนการผลิตและเครื่องมือต่าง ๆ ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการดำเนินงานภายใต้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มขับเคลื่อนในระดับภูมิภาคยุโรปเป็นที่แรก ก่อนจะขยายผลไปสู่ระดับโลกในลำดับถัดไป
ภายหลังจากการดำเนินโครงการโรงงานรีไซเคิลต้นแบบแห่งแรกในเมืองอองเดรซีเยอ-บูเทอง (Andrézieux-Bouthéon) การดำเนินงานในลักษณะนี้จะได้รับการพัฒนาต่อยอดในประเทศจีน และตามด้วยภูมิภาคอเมริกาเหนือ

 

HEF กำลังบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการขยายขอบข่ายธุรกิจเข้าสู่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับพลังงานคาร์บอนต่ำดังนี้:

 

ไฮโดรเจน : ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำผ่านกระบวนการผลิตไฮโดรเจน (ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการวิจัย) ไปจนถึงการใช้ไฮโดรเจน หรือการใช้พลังงานความร้อนเพื่อการขับเคลื่อน

 

พลังงานนิวเคลียร์ : ผ่านการสร้างความปลอดภัยให้แก่สถานประกอบการ หรือแม้แต่ในกังหันลมด้วยการเพิ่มความทนทานให้สูงขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติม